แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทำเว็บไซต์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทำเว็บไซต์ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

เว็บไซต์ที่ทำควรมีฟังก์ชันยังไง?

คำถามนี้เจ้าของธุรกิจควรต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนเลยว่า "ธุรกิจของคุณคืออะไร" และ "คุณต้องการให้เว็บไซต์เป็นอะไรสำหรับคุณ"

ถ้าคุณทำธุรกิจขายบ้าน - คงไม่มีใครบ้าทำเป็นเว็บไซต์ E-Commerce แบบ "หยิบสินค้าใส่ตะกร้า" แล้วเลือกชำระเงิน พร้อมใบเสร็จรับเงิน "บ้าน 1 หลัง + Full Furniture ราคา 3.5 ล้านบาท" ถ้าเป็นธุรกิจแนวนี้ก็ต้องเน้นการทำเว็บไซต์แบบให้ข้อมูล (Information) แล้วทำแบบฟอร์มเพื่อเก็บ Leads และติดต่อหาลูกค้าเพื่อปิดการขายอีกทีหนึ่ง เพราะบ้านไม่ได้ขายได้ด้วยตัวมันเอง แต่ต้องอาศัยการพูดคุยกับเซลล์เพิ่มเติมประกอบการตัดสินใจด้วย

ถ้าคุณทำธุรกิจขายกระเป๋า หรือเสื้อผ้า - สินค้าแฟชั่นจะขายได้หรือไม่ได้ ส่วนใหญ่อยู่ที่ดีไซน์ และความสวยงาม ซึ่งเท่ากับว่า มันขายได้ด้วยตัวมันเอง เราก็ทำเป็นเว็บ E-Commerce ให้ลูกค้าสั่งซื้อสินค้า พร้อมตัดสต๊อกได้ทันที โดยที่ไม่ต้องคุยแชทเพื่อ CF กันด้วย

แต่ถ้าหากคุณต้องการเว็บไซต์ในแบบที่คุณดีไซน์ไว้ โดยมีฟังก์ชันที่ต้องการ 1, 2, 3,... และรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ อีกมาก คุณอาจจะต้องสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาเอง เพื่อสร้างฟังก์ชันนั้นๆ ให้ตรงตามต้องการ ซึ่งจุดนี้อยู่ที่เจ้าของธุรกิจเป็นหลัก

วันอังคารที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2561

รูปแบบโครงสร้างของเว็บไซต์ มีโครงสร้างแบบไหนบ้าง ?

การออกแบบโครงสร้างของเว็บไซต์ สามารถทำได้หลากหลายแบบ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความชอบและความถนัดของแต่ละบุคคล นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการนำเสนอ เพราะจะต้องออกแบบให้เหมาะกับการใช้งานของกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด โดยโครงสร้างของเว็บไซต์ส่วนใหญ่ก็จะประกอบไปด้วย 4 รูปแบบดังนี้

1. โครงสร้างแบบเรียงลำดับ
โครงสร้างเว็บไซต์แบบเรียงลำดับ จะเป็นโครงสร้างแบบธรรมดาที่นิยมใช้งานกันมากที่สุด เนื่องจากมีความง่ายต่อการจัดระบบข้อมูล และสามารถนำเสนอเรื่องราวตามลำดับได้เป็นอย่างดี เหมาะกับเว็บไซต์ที่มีขนาดเล็ก มีเนื้อหาที่ไม่ซับซ้อน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกเว็บไซต์ที่ให้ความรู้ หรือเว็บไซต์องค์กรขนาดย่อม โดยลักษณะการลิ้งค์เนื้อหา ก็จะลิ้งค์ไปทีละหน้า มีทิศทางการเข้าสู่เนื้อหาต่างๆ ในแบบเส้นตรง ใช้ปุ่มเดินหน้า-ถอยหลังในการกำหนดทิศทาง จึงทำให้การใช้งานเป็นไปอย่างง่าย แต่โครงสร้างเว็บไซต์แบบเรียงลำดับก็มีข้อเสีย คือจะทำให้ผู้ใช้งานต้องเสียเวลาในการเข้าสู่เนื้อหาเพราะไม่สามารถกำหนดทิศทางการเข้าสู่เนื้อหาด้วยตัวเองได้

2. โครงสร้างแบบลำดับขั้น
โครงสร้างแบบลำดับขั้น นิยมใช้กับเว็บที่มีความซับซ้อนของข้อมูล เพื่อให้สามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายขึ้น โดยจะมีการแบ่งเนื้อหาออกเป็นส่วนๆ และมีการนำเสนอรายละเอียดย่อยๆ ที่ลดหลั่นกันมา ทำให้สามารถทำความข้าใจกับโครงสร้างเนื้อหาได้ง่ายขึ้น โดยจะมีโฮมเพจเป็นจุดเริ่มต้น และจุดร่วมจุดเดียวที่จะนำไปสู่การเชื่อมโยงเนื้อหาเป็นลำดับจากบนลงล่าง

3. โครงสร้างแบบตาราง
โครงสร้างแบบตาราง เป็นโครงสร้างการออกแบบเว็บไซต์ที่มีความซับซ้อน แต่ก็มีความยืดหยุ่นในระดับหนึ่ง เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าสู่เนื้อหาต่างๆ ได้ง่ายขึ้น การออกแบบในลักษณะนี้จะมีการเชื่อมโยงเนื้อหาในแต่ละส่วนซึ่งกันและกัน ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนทิศทาง หรือกำหนดทิศทางในการเข้าสู่เนื้อหาด้วยตัวเองได้ จึงไม่ทำให้เสียเวลา แถมยังทำให้เว็บไซต์มีความทันสมัยขึ้น

4. โครงสร้างแบบใยแมงมุม
โครงสร้างแบบใยแมงมุม เป็นโครงสร้างที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะมีความยืดหยุ่นมากที่สุด โดยทุกหน้าเว็บจะมีการเชื่อมโยงถึงกันหมด ทำให้สามารถเข้าถึงหน้าเว็บเพจต่างๆ ที่ต้องการได้อย่างง่าย และมีความอิสระมากขึ้น นอกจากนี้ก็สามารถเชื่อมโยงไปสู่เว็บไซต์ภายนอกได้ดี

วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2561

3 เทรนด์ในการออกแบบเว็บไซต์ปี 2018

1. Responsive Mobile First - ในปัจจุบันเทรนด์การเข้าเว็บไซต์ผ่านหน้าจอมือถือมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยขอยกให้เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่ต้องนึกถึง ขนาดที่ Google เองก็ยังหันมาให้ความสำคัญกับการออกแบบเว็บไซต์สำหรับมือถือมากขึ้น ฉะนั้นการทำเว็บไซต์เราควรจะใส่ใจกับการใช้งานบนมือถือให้มาก เน้นเรื่องคุณภาพของหน้าเว็บสำหรับมือถือ รวมถึงการใช้ AMP (Accerelated Mobile Page) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการโหลดหน้าเว็บให้เร็วยิ่งขึ้น

2. Landing Page - หน้า Landing Page เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะจะเป็นสิ่งแรกที่ผู้ชมจะเห็น คุณจะต้องทำให้คุณโดดเด่นและแตกต่างจากคนอื่น จะต้องจูงใจให้ผู้เข้าชมอยู่เว็บไซต์ของคุณให้นานที่สุดและเกิดความสนใจในบริการและสินค้าของคุณ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของคุณอย่างใดอย่างหนึ่ง

3. Layout - ในปี 2018 การออกแบบเว็บไซต์ Grid Layout จะมีความหลากหลายมากขึ้น เน้นการออกแบบสไตล์ง่ายๆ ที่ใช้พื้นที่สีขาว เรียกว่า Negative Space จะทำให้ตัวคอนเทนต์โดดเด่น และง่ายต่อการอ่าน เทรนด์การออกแบบรูปแบบนี้ยังถนอมดวงตา และทำให้ผู้อ่านใช้เวลาอยู่ในเว็บไซต์ของคุณนานขึ้นอีกด้วย

วันจันทร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2561

อะไรคือสิ่งที่จำเป็นสำหรับเว็บไซต์ สมัยใหม่

ทำเว็บไซต์ สมัยใหม่ ไม่ได้ใช้เทคนิคซับซ้อนซ่อนเงื่อนใดๆเลย แค่ใช้เทคนิคให้ถูกที่ถูกเวลา ผมว่าแค่นี้ก็ทำให้เว็บไซต์ของเราเป็นเว็บไซต์สมัยใหม่แล้วก็ว่าได้ เทคนิคที่ว่านี้คือ การเลือกดีไซน์ของเว็บไซต์ที่สะอาดตา โหลดเร็ว รองรับ SEO มีแบบฟอร์มติดต่อ มีแผนที่ที่เหมือน google map มีระบบสำรองข้อมูล มีการเซ็ตอัพเรื่องความปลอดภัย และที่สำคัญที่สุดคือ เว็บไซต์สมัยใหม่นั้นต้องรองรับการเปิดในทุกหน้าจอด้วย(Responsive)

1. เลือกดีไซต์ธีมเพลตที่ทันสมัย - ปัจจุบันความสวยงามของหน้าตาเว็บไซต์นั้น มีความสำคัญพอๆกันกับการทำเว็บให้มีคุณภาพ รับทำเว็บไซต์ มีการใช้สีบนเว็บไซต์ที่ถูกต้อง ดีไซน์ที่ดูสะอาดตา ไม่รกเหมือนเว็บไซต์สมัยก่อน ใช้เอฟเฟกต์ประกอบบนเว็บไซต์ เช่นเวลาเอาเมาส์ไปชี้มันก็จะเปลี่ยนสีหรือเปลี่ยนข้อความ เวลาเลื่อนลงมาอาจจะมีปุ่มให้กดขึ้นข้างบนอัตโนมัติ ในสมัยก่อนการจะทำเว็บไซต์ที่มีเอฟเฟกต์ลักษณะนี้อาจจะใช้พวกโปรแกรม flash แต่ปัจจุบันเราสามารถใช้โค้ดในการทำเอฟเฟกต์เหล่านั้นได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ควรมีคือ เว็บไซต์ต้องรองรับทุกอุปกรณ์ด้วย

2. เก็บสถิติต่างๆด้วย Google Analytics - ในทุกวงการบนโลกนี้ล้วนแล้วแต่มีสถิติต่างๆที่เก็บไว้เพื่อวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ซึ่งในวงการทำเว็บไซต์ก็เหมือนกัน นอกจากดีไซน์ต้องได้แล้ว ยังต้องเก็บสถิติการเข้าใช้เว็บด้วย เช่น ส่วนใหญ่คนเข้ามาในเว็บจากที่ใหน ใช้เบราเซอร์อะไร เพศอะไร อายุเท่าไหร่ จากประเทศไหน ภาษาอะไร เข้าหน้าใหนบ่อยสุด ซึ่งสถิติเหล่านี้เราสามารถนำมาใช้ในการปรับปรุงบริการของเราในอนาคตได้ ปัจจุบันเครื่องมือในการเก็บสถิติบนเว็บไซต์ไม่ต้องไปจ้างบริษัททำเว็บไซต์ให้วุ่นวาย แค่คุณติดตั้ง Google Analytics ก็สามารถใช้ได้แล้ว

3. รองรับ SEO (Search Engine Optimization) - สำหรับเว็บไซต์เพื่อธุรกิจ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ SEO ซึ่งเจ้า seo คือการปรับแต่งเว็บไซต์ให้รองรับการจัดอันดับบนกูเกิล ถ้าทำ SEO ที่ถูกวิธีมันจะช่วยให้คุณได้ลูกค้าที่มีคุณภาพมากขึ้น ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น มีทราฟฟิคเข้ามาเยอะขึ้น ซึ่งการทำสิ่งเหล่านี้มีเทคนิคมากมายหลายข้อด้วยกัน แต่ปัจจุบันมีปลั๊กอินที่ดีและมีคุณภาพ ช่วยให้เว็บไซต์ติดอันดับได้ง่ายขึ้น ซึ่งปลั๊กอินที่ผมใช้อยู่และคนทั่วโลกใช้กันคือ Yoast SEO เราสามารถใส่ Keywords ใส่คำอธิบาย(Meta Description) ใส่ Focus Keywords ใส่ title ของเพจและที่ทีดีกว่านั้นคือมันบอกได้ด้วยว่าบทความที่เรากำลังทำนั้นมีคุณภาพแค่ใหน